หากเห็นผมยิ้มนั่นหละ คือ ผมโกหก

หากเห็นผมหัวเราะนั่นหล่ะ คือ ผมเสแสร้ง

 

 

 

ใคร ๆ มักพูดว่า พวกผู้ใหญ่มักใส่หน้ากากเข้าหากัน

ในทุกวันนี้ ไม่เพียงแต่ ผู้ใหญ่เท่านั้น

แม้แต่เพื่อนคนสนิทของเราเอง บางครั้ง ก็กลายเป็นคนไม่รู้จัก ได้เช่นเดียวกัน

 

 

 

หากจำเป็น ก็ต้องเสแสร้ง

หากจำเป็น ก็ต้องแกล้งทำ

 

 

 

 

ใครบ้างหล่ะ

จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ด้วยความ ซื่อสัตย์

 

 

อุดมการณ์

เป็นเพียงภาพในอากาศที่เบาบางเท่านั้น

ไม่มีใครเชื่อเรื่องเหล่านี้อีกแล้ว

 

 

ความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย

แต่ ความจริง ก็หาไม่ได้ง่าย ๆ เช่นกัน

 

ความจริง นั้น ซื่อสัตย์

แต่มีมากไป ก็ทำร้าย ใครบางคน

มีน้อยไป ก็ถูกบิดเบือน

 

 

เราถูกเลี้ยงมาให้อ่อนแอ

เป็น ผู้แพ้ เพื่อให้ควบคุมได้ง่าย

 

เรื่องทั้งหมด

ก็เป็นเพียง

"เรื่องตลกร้ายของพวกผู้ใหญ่"

เท่านั้นเอง

 

 

 

ความจริงมันอยู่ที่

ปลายปากกาของนักเขียน

 

ความจริงมันอยู่ที่

ลมปากของนักการเมือง

 

ความจริงมันอยู่

ในเงื้อมมือ ของผู้มีอำนาจ

 

 

 

 

จงละทิ้ง ความจริง

บอกเล่าแต่เรื่องราวที่คน ๆ นั้นอยากฟัง

 

 

 

 

 

"คนเรามักทึกทักเอาเองว่าสิ่งที่เราอยากฟังนั้นคือ ความจริง

และสิ่งใดที่คน ๆ นั้นไม่อยากฟัง ก็จะทึกทักเอาว่า เรื่องนั้นคือ คำ โกหก

หากเราพูดสิ่งที่ทุกคนอยากฟัง เราก็จะควบคุมคนได้ไม่ได้ยาก"

 

อ้างอิงถึง หนังสือการ์ตูน C.M.B.

edit @ 30 Jun 2008 22:43:47 by End 0f Story

หมดมุข

posted on 15 Jun 2008 20:43 by ballad

 

 

 ช่วงเวลาเก่า ๆ มักมาเยือนให้หวนนึกถึงวันก่อน ๆ อยู่เสมอ

เวลาที่ฝนตก

เหมือนกับสายฝนทุกเส้นสะท้อนภาพความหลังอยู่เสมอ

 

คุณ ชอบเวลาที่ฝนตกมั้ย ?

 

 

 

 

 

 

ในวันนั้น

ความเจ็บช้ำต่าง ๆ นา ๆ เข้ามารุมทำร้ายจน เหมือนกับจะซ้ำกันให้ตาย 

 แต่ว่า วันเวลา นั้น ๆ มันก็ผ่านพ้นไป เช่นเดียวกับ "เวลา"

 

สิ่งที่เราสูญเสียไปทุก ๆ วินาที

และทุกครั้งที่เราสูญเสีย "เวลา" ไป

เราก็ไม่เคยได้คืนกลับมาเลย

 

 

ดังเช่นคำกล่าวว่า

กาลเวลากลืนกินทุกสิ่ง

 

ตัวตนของเราถูกกาลเวลาลบเลือนอยู่ร่ำไป

สิ่งที่ผมชอบพูดเกี่ยวกับ เวลา ก็คือ

การลบเลือน

สิ่งที่ย้ำเตือนให้ผมคิดถึงตัวตนของผมมากที่สุด

หากคิดว่า วันใดวันหนึ่ง ตัวตนของผมจะหายไป

เพียงแค่นี้ ในใจก็สั่นไหว

 

 

 

 

จิตใจ

สิ่งที่ลึกลับซับซ้อน

สิ่งที่

ผมไม่เคยเข้าใจ

แม้ สิ่งนั้น จะเป็น จิตใจ ของผมเองก็ตาม

มันสับสน

วุ่นวาย

ไร้สาระ

และ จิตใจ ของผมมันก็แปรปรวนได้ตลอดจริง ๆ

 

 

 

ชินชา

งั้นเหรอ

บางเวลา ก็อยากจะละทิ้งทุกอย่างไปให้หมด

 

 บางเวลา ก็กลัวการสูญเสียจนบ้าคลั่ง

 

บางเวลา ก็เบื่อหน่ายทุกสิ่งทุกอย่าง

 

 

คุณเคยสับสนในจิตใจบ้างไหม ?

 

 

 

บางช่วงเวลา คำพูด สารพันปัญหา มันก็หลั่งไหลเข้ามาในหวั

 

แต่บางครั้ง เสียงเหล่านันกลับหายไป เหลือไว้แต่เพียง ความว่างเปล่า

ให้ผมคิดถึง

การเรียบเรียงถ้อยคำให้สวยงาม

บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่เกินปัญญา จริง ๆ

แต่บางครั้งมันก็กลับง่ายดาย

 

แต่ตอนนี้เสียงที่เคยพร่ำบอกเรื่องราวเหล่านั้น

หายไปอีกแล้ว

 

 

 

 

 

เค้าว่า

"ความเจ็บปวด ทำให้คนเข้มแข็ง"

ถ้างั้นเราต้องยอมเจ็บปวดมากซักแค่ไหนหล่ะ

เราถึงจะเข้มแข็งจน "ความรัก" ทำร้ายเราไม่ได้

 

 

เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ผมดูน่าสงสารนะ

เรื่องนี้ไม่ได้เขียนพาดพิงถึงใคร

ถ้าจะมี ก็คงเป็นผม ที่อ่อนแอเกินไปนั่นแหละ

 

 

 

ผู้แพ้ ย่อมอยู่อย่างผู้แพ้

ผมคิดไว้เสมอ ว่า คนเลิกกันแล้ว ก็เป็นดั่งเช่นคนไม่รู้จักกัน

 

ในเมื่อเค้าบอกเลิกผมแล้ว เราก็ต่างคนต่างไป

 

ผ่านไปราว 3 เดือน

เรื่องทุกอย่างเริ่มเลือนลาง

ผมทำใจได้แล้วกับเรื่องทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น

ถึงแม้จะเหงานิดหน่อยแต่ก็ทนมาได้ตลอด3 เดือน

 

 

แต่เรื่องมันตลก ตรงที่

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมอดทนเข้มแข็งมาตลอด 3 เดือน

มันกลับพังทลายลงใน 3 ชั่งโมง

เมื่อหลายวันก่อน

เค้าโทรศัพท์มาชวนผมไปเที่ยว

ด้วยเหตุที่ว่า จะซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อน

ผมก็ตกปากรับคำไปด้วยใจที่ไม่ได้คิดอะไร

คิดแค่ว่า ไปซื้อของ กับ เพื่อน คนนึง

เค้าก็ มีแฟน ของเค้า

มีแต่ผมที่จมอยู่กับวันก่อน ๆ

 

 

 

แต่พอวันที่เราเจอกัน

 

ความสัมพันธ์ มันก็ฟ้องทันทีเลยว่า

ผมไม่ได้คิดกับเค้าเเค่เพื่อน

 

และมันตลกตรงไหนรู้มั้ย

 

เราเดินควงแขนกันดั่งเช่นคู่รัก

แต่ติดตรงที่ เราเป็นแค่เพื่อนกัน

และเค้าเองก็มีแฟนอยู่แล้ว

หากใครเห็นก็คงบอกได้ทันทีว่าเราเป็นแฟนกัน

เราเดินควงแขนกันหลอกสายตาทุกคู่ทีได้จ้องมองมา

ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้เรา 2 คนเป็นแค่เพื่อนกัน

แต่ ความจิง ก็คือ ความจิง

ผมก็รู้ เค้าก็รู้

แต่เรากลับทำเมินเฉยต่อสิ่งนั้น

ผมแกล้งทำเป็นลืมว่าเราเป็นเพื่อนกัน

รับบทบาทดั่งเช่นคนรักตลอด 3 ชั่วโมงที่เราอยู่ด้วยกัน

ตลอด 3 ชั่วโมงที่ผมมีความสุขสลับความทุกข์

ช่วงเวลานั้นช่างมีความสุข แต่ก็ละเลย ความจริงไม่ได้

มันทำให้ผมหัวแทบระเบิด

หากอ้างอิงถึงก็คงเป็นดังเช่น

เทวดา กับ ปีศาจ

ยืนอยู่ระหว่างไหล่ทั้ง 2 ข้างของผม

มันพร่ำบอกในสิ่งที่ตรงกันข้ามกันตลอดเวลา

และผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

 

 

ทุกครั้งที่มองหน้าเค้า ผมมีความสุข

แต่เวลาเดียวกันผมก็ต้องเจ็บปวดมาก

เพราะรอยยิ้มนั้นไม่ได้เป็นของผมอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

พอจากกันวันนี้เราก็เป็นแค่เพื่อนกัน

เรื่องราวตลอด 3 ชั่วโมงที่ผ่านมาก็เป็นแค่ความฝัน

 

 

และนี่เป็นครั้งแรก

ที่ผมแยก ความสุข กับ ความทุกข์ไม่ออก

 

เราเป็นได้แค่เพื่อนกัน

คำ ๆ นี้วนเวียนอยู่ในหัวผม ตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้าน

ไม่ว่าจะทำยังไงก็สลัดความคิดนี้ทิ้งไปไม่ได้

 

ถ้าเป็นคุณที่เจอเหตุการณ์แบบนี้จะทำยังไง

เพราะผมไม่รู้จะทำยังไงดีเลย

หากเค้าชวนผมไปเที่ยวอีกหล่ะ

ผมยังจะต้องเจ็บปวดแบบนี้อีกกี่ครั้งกันหล่ะ

 

เกลียดตัวเอง ที่เป็นแบบนี้จริง ๆ

จิตใจที่อ่อนแอ ทำตัวอ่อนโลก กับ ความรัก แบบนี้ ทำไมกัน

 

เรื่องตลกร้าย

ยังมีอีกเยอะแยะเช่นกัน

 

และต่อให้พบกับ ความเจ็บปวด อีกเป็นร้อยเป็นพันครั้ง

จิตใจผมก็ไม่มีทางชินชาหรอก

 

 

 

 

 

 

แต่ถ้าเป็นคุณจะทำยังไงหล่ะ..

เพราะผมไม่รู้จริง ๆ

 

 

 

...ขอบคุณที่รับฟัง...

edit @ 8 Jun 2008 22:35:23 by End 0f Story

 หากใครถาม

ก็จะตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไร

ทั้ง ๆ ที่ในใจมันเจ็บปวดสุด ๆ

 

กล้ำกลืน

เก็บซ่อนความ "อ่อนแอ" ไว้ในใจ

ภายใต้ใบหน้าที่ชินชา

ไม่มีใครรู้ได้หรอกว่าคิดอะไรอยู่

 

 

สิ่งที่เราเป็น

เหตุผลที่คนทั้งโลกคงไม่เข้าใจ

สิ่งนี้ไม่อาจจะอธิบายมาเป็นคำพูดได้

"เจ็บปวด"

แต่ยังฝืนยิ้มแย้ม เรื่อยมา

 

 

"โกหก"

เสแสร้งทำเป็นว่าเข้มแข็ง

ทั้งที่ภายในใจถูกความเหงากัดกินจนผุพัง

แต่ หากใครถามก็จะบอกไปว่า ไม่เป็นไร

 

 

มีใครเคยเป็นไหม

...

 

 

 

 

 

หากหนีจากความ "หม่นหมอง" นี้ได้ก็คงจะดี

ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว

 

 

เป็น

เหตุผลที่ เราเอาไว้ใช้ปลอบใจตัวเองเวลาที่ แพ้

เหตุผลที่ เข้าใจแค่เราเพียงผู้เดียว

 

เป็น

เหตุผลที่ คนทั้งโลกคงไม่เข้าใจ

..

 

 

 

edit @ 7 Jun 2008 01:13:07 by End 0f Story

ท่ามกลาวบรรยากาศที่อบอุ่น

สถานที่ ที่เงียบงันราวกับว่ามีเพียงแค่ลมกับแสงจันทร์

 

 

ในบรรดาค่ำคืนที่แสนมืดมิด

ความหวังที่กับจะริบหรี่

ที่จะเอ่ย คำว่า

"ฉัน รัก เธอ"

 

 

 

 ความโรแมนติก

บทบาทที่เราทุกคนใฝ่ฝันถึง

บทบาทที่ครั้งหนึ่งตัวผมเคยฝันถึง

แต่ เมื่อเวลาผ่านไป คนเราก็ย่อมเปลี่ยน สายตาที่เบิกกว้างขึ้น

มุมมองที่ ราวกับเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ก็ได้เข้าใจ

ว่า

ความโรแมนติก เป็นเพียง ละคร

สิ่งที่เราจับจ้องเป็นเพียงความฝัน

สายตาเราถูกหลอกด้วย ความอ่อนโยนของบรรยากาศ

เพื่อปกปิดความจิงที่แสนโหดร้าย ว่า โลกเรานั้นไม่มีสิ่งที่สวยงามเช่นนั้นหรอก

 

 

 

 

 

วันนี้

ผมได้เข้าใจแล้วว่า

ความฝัน หล่อหลอม ให้เรา พลัง

แต่ ความจริง ก็เสเเสร้งทำให้เรา ชิงชัง

กึ่งกลางระหว่างขั่วที่แตกต่าง ไม่มีตัวตน

 

เราไม่อาจเลือกทางไหนได้เลย

เพราะ

ทุกสิ่งทุกอย่าง

 

ไม่มีตัวตน

เราเพียงผู้เดียว

posted on 16 Mar 2008 01:20 by ballad

เมื่อไรนะ ที่เราหันกลับไปมองข้างหลัง แล้วเห็นเราเพียงผู้เดียว

เมื่อไรนะ ที่คนรอบ ๆ ข้างเราหายไปกันหมด

เมื่อไรนะ ที่เราเริ่มไล่ตามแผ่นหลังของผู้อื่น

และสุดท้ายก็มีเราเพียงผู้เดียว


เริ่มจากความสัมพันธ์ที่สวยงาม กลายมาเป็นความรู้สึกดี ๆ
และอยากจะอยู่ใกล้เธอคนนั้นตลอดไป
แต่พอสักพักหนึ่งกลับรู้สึกว่า เธอคนนั้นเริ่มไกลออกไป ยิ่งไล่ตามก็เหมือนกับว่า เธอไม่เคยหยุดรอเราเลยสักครั้งหนึ่ง

กลายเป็นความรู้สึกเหงา ขึ้นมาเมื่อไหร่กันนะ
เมื่อคนที่เรารักเริ่มพากันลบเลือนตัวตนของเราไปจนหมด

เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเรา เริ่มห่างหายไปจากสายตาของหลาย ๆ คน

 

 

 

 

ถึงแม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ก็ไม่มีใครสังเกตุเห็นเป็นเพียงมุมเล็ก ๆ ในโลกที่กว้างใหญ่

อาจจะเป็นเพราะว่า โลกนี้หมุนเร็วเกินไป จนเราตามไม่ทัน หรือว่าเรา เชื่องช้าเกินไปกันนะ

 

 

 

 

กลายเป็นว่า ทำอะไรก็ไม่เคยมีใครพอใจ แม้เราจะทุ่มสุดกำลัง แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย จนเราต้องอยู่เฉย ๆ และปล่อยให้กาลเวลากลืนกินไปในที่สุด


ชีวิต เเขวนไว้บนสิ่งที่เรียกว่า เวลา ไม่ว่าเมื่อไร ตัวตนของเราก็จะถูกลบเลือนไป สิ่งนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

คำว่า "เพื่อน"

posted on 02 Mar 2008 21:36 by ballad
สิ่งที่เรียกว่า "เพื่อน" นี่ฟังแล้วดูเหมือนยิ่งใหญ่เนอะคงจะยิ่งใหญ่รองลงมาจากคำว่า "ความรัก" ละมั้ง

ถ้างั้นเราจะเปรียบคำว่า "เพื่อน" เหมือนอะไรดีหล่ะ




-------หากเราจะเปรียบคำว่า "เพื่อน" คงเปรียบได้มากมายหลายอย่าง------


หากว่าเราไม่มีเพื่อนเราจะหลงผิดหรือปล่าว หรือเพื่อนนั่นแหละที่ทำให้เราหลงผิด


ถ้างั้นเพื่อนก็เป็นเหมือนทุกอย่าง เป็นทั้งสิ่งดี ๆ เป็นทั้งสิ่งร้าย ๆ เป็นเหมือนเวลา เป็นเหมือนวัน เดือน ปี พ.ศ. ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้เมื่อเราต้องเลือกทางเดิน





แต่ว่า "เพื่อน" ก็เป็นข้ออ้างได้สารพัด ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ

ถ้าหากเราเรามีปัญหาคนเดียวที่เราจะใช้อ้างก็คงเป็นเพื่อนใช้เพื่อนให้เหมือนเป็นโล่ เพื่อปกป้องเราจากคนที่คิดร้ายกับเรา ใช้เพื่อนให้เหมือนเป็นดาบ เพื่อตอบโต้คนที่เป็นศัตรู



คอยหนุนหลังเวลาเราเจอสิ่งร้าย ๆ คอยช่วยพยุง หรือ บางครั้งก็ซ้ำเติมอย่างไม่ปราณี
แต่ก็ทำให้เราผ่านสิ่งเลวร้ายไปได้
แม้จะไม่มากแต่ก็ดีกว่าอยู่คนเดียวในวันที่ผิดหวังอย่างน้อยก็ยังคอยช่วยเรา
ไม่ให้เราคิดทำในสิ่งที่เลวร้าย



บทสรุปของคำว่า "เพื่อน" ก็คงจะเป็นความหมายที่ใครหลาย ๆ คนก็คงเข้าใจดีอยู่แล้วว่า "เพื่อน" คือสิ่งที่มีค่าสำหรับเรา เป็นเหมือนบ้าน โรงเรียน ครู ศิษย์ น้อง พี่ ญาติ
บางครั้งก็เป็นคนพิเศษของเรา แม้บางครั้งเราอาจมองข้ามไปหรือเราอาจจะไม่สังเกตุเห็น
เเต่ "เพื่อน" ก็ยังคงยืนอยู่ข้างเราเสมอ


 
-----แต่ว่าคำว่า "เพื่อน" ก็เป็นสิ่งที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน-----

edit @ 2 Mar 2008 21:56:07 by BiG_HeaD

ทำไมใคร ๆ ถึงได้

posted on 28 Feb 2008 21:18 by ballad
 
 
ทำไม ใคร ๆ ต่างก็พากันไขว่คว้าความรัก
ทำไม ใคร ๆ ก็ยอมเจ็บปวดเพื่อความรัก

ทำไม ใคร ๆ เห็นความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม
ทำไม ใคร ๆ ต่างก็มีความรักได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

ทำไม ใคร ๆ คิดว่าความรักมันเกิดขึ้นได้ง่ายดายนักหรือไง
ถึงได้คิดจะหาความรักไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เราคิดว่าการมีความรักมีแค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว
 ไม่ได้คิดว่าจะหาความรักไปเรื่อย ๆ

 
หรือว่าเราเป็นคนที่อ่อนหัดเรื่องความรัก
หรือว่าเราเป็นคนหน่าเบื่ออย่างนั้นเหรอ ผู้คนก็เลยพากันจากไป
ทั้ง ๆ ที่ "ความรัก" ก็เป็นแค่เรื่องง่าย ๆ แต่เพราะอย่างนั้นหล่ะมั้ง
ทำให้ใคร ๆ ถึงได้มองข้ามความสำคัญของ "ความรัก" ไป

 

edit @ 7 Jun 2008 11:35:33 by End 0f Story