กล่องเก็บความเศร้า

posted on 09 Apr 2012 23:51 by ballad
.  ..   ...
เธอเคยมองมาที่ฉันบ้างหรือเปล่า

 หรือว่าเธอเพียงแค่มองข้ามฉันไป
 
ฉันยืนอยู่ตรงนี้เสมอนะ

ในเวลาที่เธอหันมามอง
 
แต่ฉันมีตัวตนสำหรับเธอหรือเปล่า
 
 
 
ฉันมีรอยยิ้ม ฉันมีเสียงหัวเราะ ฉันมีหน้าตา ฉันมีจิตใจ
 
ธอสังเกตุไหม เธอใส่ใจหรือเปล่า
 
ไม่หรอก เธอไม่เห็นฉัน เพราะฉันเป็นเพียงอากาศสำหรับเธอ
 
แต่เธออยู่ในสายตาฉันเสมอ ...
 
 
 
 
 
 
เรื่องราวเกี่ยวกับตัวฉัน ไม่น่าสนใจ
 
ว่างเปล่าทั้งหัวใจ
 
หัวใจ ... มันไม่สำคัญอะไร
 
 
 
 
 
ได้แต่คอยเก็บรวมความทุกข์จากคนอื่น
 
เป็นกล่องเก็บความเศร้าที่ถูกทิ้ง
 
ทำตัวเป็นที่พึ่งให้คนอื่น แต่ตัวเองกลับสั่นไหวราวกับด้ายที่ถูกขึงจนตึง
 
แบกรับทุกปัญหาของคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ของตัวเองก็ยังแก้ไม่ตก
 
ไม่มี ...ใครรู้
 
ภายใต้หน้าตาเปื้อนยิ้มของตัวตลก ซ่อนบาดแผลอะไรไว้บ้าง
 
ฉันไม่เคยคิดจะล้างเครื่องสำอางออก
 
พราะไม่อยากให้ใครเห็นบาดแผลที่ซ่อนไว้
 
จะไม่มีวัน ...
 
 
 
 
 
 
 
กล่องเก็บความเศร้า ...
 
เธอเศร้า ยามอยู่ต่อหน้าฉัน
 
ละเธอจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม
 
 
เธอยิ้ม ให้คนอื่น
 
ฉันยิ้ม ให้เธอ ...
 
 
แต่เธอไม่เห็นรอยยิ้มของฉันหรอก
 
เพราะเธอกำลังเศร้า เมื่อฉันยิ้ม
 
 
ฉันรับความทุกข์ของเธอมาเก็บไว้
 
แล้วฉันล่ะ เธอรู้ไหม ฉันเป็นยังไง
 
 
 
ฉันไม่เคยแสดงให้เธอเห็นว่าฉันก็เป็นเหมือนเธอ
 
เราสองคนเศร้าไม่ต่างกัน
 
แต่ฉันไม่อยากให้เธอทุกข์มากกว่าที่เป็น เพราะฉัน
 
 
 
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะยิ้มให้เธอ
 
แต่มันยากกว่า ตรงที่เธอยิ้มให้ใคร
 
 
 
 
ถ้าเป็นไปได้ เธอจะยิ้มให้ฉันสักครั้ง
 
ฉันจะรอ ... และคอยยิ้มให้เธอเสมอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เห็น
 
เป็นกล่องเก็บความเศร้า ของเธอ ...
 

เราล้วนแตกต่าง

posted on 02 Feb 2012 22:33 by ballad
เราเคยแน่ใจอะไรได้บ้าง
 
เราเคยคาดหวังอะไร แล้วได้ตามที่หวังบ้างไหม
 
สิ่งที่เราคาดหวังไปทุกสิ่ง นำพามาซึ่งความผิดหวังอยู่ร่ำไป
 
 
...
 
 
อย่าได้คิดว่าคนอื่นมองเห็นตัวเราสำคัญ
 
เพราะ..
 
ความจริงนั้น ทุกคนมองว่าตัวเองสำคัญกว่าผู้อื่นอยู่สเมอ
 
 
 
 
...
 
 
ถึงแม้คำพูดนั้นดูสวยหรู แต่...การกระทำนั้น ไม่ใช่เลย
 
 
จงเจ็บปวด จงคร่ำครวญร้องไห้ แต่อย่าถามหาความเห็นใจจากผู้อื่น
 
ไม่มีใคร...มองเห็นตัวตนของเราจริง ๆ
 
ถึงแม้เนื้อในเราเป็นเช่นไร ทุกคนก็จะมองเป็นอีกสิ่งอยู่ตลอดไป
 
 
 
 
...
 
ไม่มีใครใส่ใจว่าเนื้อแท้ภายในของเรานั้นเป็นเช่นไร
 
เค้ามองเพียงแค่เปลือกของเราเท่านั้น
 
 
ไม่มีใครเลย... นอกจากจิตใจของเราเอง
 
 
 
 
 
....
 
 
เราเป็นผู้กำหนดทางเดินชีวิตของตัวเราเองตลอดมา
 
อาจเคยถูกชักจูงไปบ้าง
 
แต่ลึก ๆ แล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เราโหยหา
 
 
 
 
 
...
 
จงใช้ชีวิตวันนี้ เพื่ออยู่ให้ถึงวันพรุ่งนี้
 
สิ่งใดที่กำหนดเส้นทาง 
 
จงอย่ารีรอ จงอย่าอ้อนวอน จงอย่าร้องขอ
 
ลงมือทำด้วยตัวของเราเอง
 
...
 
เพราะไม่มีใครให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
 
 
 
เนื้อแท้เราเป็นเช่นไร ก็จงเป็นเช่นนั้น
 
ไม่ใช่เพื่อผู้อื่น แต่เพื่อตัวเราเอง
 
 
...
 
 
เราล้วนแตกต่าง
 
เราทุกคนนั้นล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
 
เพราะเหตุนี้ ...เราจึงเป็นตัวเราได้
 
โดยไม่ต้องกลัวสิ่งใด
 
 
...

ฉันไม่เสียใจอีกต่อไป

posted on 21 Dec 2011 01:23 by ballad
     ฉันกำลังร้องไห้อยู่ลำพัง เมื่อนึกถึงเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
 
ไม่สายเกินไปที่จะเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียใจอยู่ร่ำไป
 
  
 
 
                                                                     ...
 
    ฉันตัดสินใจอะไรพลาดไปอย่างนั้นหรือ ฉันทำสิ่งไหนผิดไปหรืออย่างไร
 
ฉันรู้สึกผิดในสิ่งที่ฉันไม่ได้ก่อ ฉันเสียใจกับสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็นคนทำ  และถึงแม้ว่าเสียใจมากแค่ไหน
 
                                                                                                    ...ฉันก้ไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้เลย
 
 
 
 
 
                                             ...
 
    ความรู้สึกแย่ กลับยิ่งแย่ลงไปอีก และมันไม่เคยดีขึ้น แม้สักเสี้ยววินาทีเดียว
 
ไม่มีวันไหนที่ฉันลืม ไม่มีครั้งใดที่ฉันจะไม่จำ การกระทำเหล่านั้น ความรู้สึกเหล่านั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น
 
 
 
 
                                                                ...
 
   ความทรงจำโหดร้ายนะ ...
 
ที่ไม่ยอมให้เราลืมในสิ่งที่อยากลืม ไม่ยอมให้เราจำในสิ่งที่อยากจำ
                      
                                                                                        ...อยากจะแกล้งกันนักหรือไร
 
 
 
 
                                               ...
 
    น้ำตาไม่เคยช่วยอะไรได้เลย สีหน้าที่หม่นหมองกลับยิ่งซ้ำเติม
 
เสียงหัวเราะนั้นทิ่มแทง และรอยยิ้มนั้นบาดลึก
 
...ฉันเสียใจ
 
 
 
 
                                                                ...
 
     ฉันจะมีชีวิตด้วยสีหน้าแบบไหน ในเมื่อฉันลืมวิธีการยิ้มและหัวเราะไปเสียแล้ว
 
มีแค่ความเศร้าและเสียใจ ที่คอยย้ำเตือนว่าชีวิตของฉันยังมีอยู่
 
...ฉันมีใบหน้าแบบไหนกัน
 
 
 
 
 
...
 
    จมอยู่ในห้วงที่ไร้อารมณ์ โลกที่ขาดแคลนความสุข บ่อนี้ลึกเกินกว่าที่ฉันจะปีนขึ้นไป
 
ติดกับดักอยู่ในเขาวงกตเรื่อยมา และสายน้ำตาไม่เคยขาดช่วง 
 
...ดังเช่น กวีที่ขับขานไม่รู้จบ
 
 
 
 
...
 
    ฉันลืมตาตื่นมาอีกครั้งในรุ่งเช้า เพ่งมองเข้าที่กระจกใส ฉันไม่รู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่
 
ฉันแน่ใจ ฉันหายไปแล้ว และความเจ็บปวดจะทำร้ายฉันไม่ได้อีกต่อไป
 
...ฉันไม่เสียใจอีกต่อไป

ก้อนหินที่มีชีวิต

posted on 20 Dec 2011 12:41 by ballad
.....  สิ่งที่ฉันเป็นนั้นเรียบง่าย ตัวตนของฉันนั้นว่างเปล่า
 
ฉันเป็นก้อนหิน สีขาวนวล กลมกลิ้ง
 
...
 
 
 
 
..... ฉันมีชีวิตของฉัน ถึงแม้จะเป็นเพียงก้อนหิน
 
ฉันมีน้ำหนัก มีความรู้สึก ฉันเป็นก้อนหินที่มีชีวิต
 
...
 
 
 
 
..... เธออาจไม่เคยเห็น หรือรู้สึกว่าฉันอยู่ตรงนี้
 
เธออาจมองข้ามฉันไป แต่ก้ไม่เป็นไร เพราะฉันพอใจที่เป็นฉัน
 
...
 
 
 
 
..... มีบางวันที่จำได้ดี วันที่เธออ่อนล้าและหมดแรง
 
ฉันมีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับเธอ ถึงแม้เธอไม่เคยรู้เลยก็ตาม
 
...
 
 
 
..... ฉันหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ ทั้งที่เธอจากไปไกล
 
ฉันรอคอยเธอกลับมา อยู่ที่เดิมตรงนี้
 
... ก้อนหินก้อนนี้ มีชีวิต
 
 
 
 
 
 
 
 
....................................
 
 
 
..... กาลเวลาคอยเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ อยู่เรื่อยมา
 
แม้แต่จิตใจของคน วันแล้ววันเล่าที่ผันแปรไป และไม่เคยกลับมาอยู่ ณ ที่เดิม
 
 
..... ความรักที่เคยสวยงามและหนักแน่นมั่นคงเพียงใด
 
ไม่เคยจริงจังเท่ากาลเวลา 
 
 
 
 
 
...............
 
 
 
 
 
..... ฉันรักเธอ จนหมดใจ แต่แล้วใจเธอ กลับหมดรักฉัน
 
เธอทิ้งฉันไว้ และไม่เคยเหลียวกลับมามอง
 
 
 
 
.....................................
 
...จากวันนั้น 
 
 
 
 
 
 
 
....ฉันกลายเป็นก้อนหิน ที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ไหวเอน
 
เป็นเพียงก้อนกลม สีขาวนวล
 
 
 
 
........................................
 
..... ฉันเป็นก้อนหินที่มีชีวิต
 

สักวัน

posted on 20 Dec 2011 00:55 by ballad
วันแล้ว...วันเล่า ข้าเฝ้ารอ
 
วันแล้ว...วันเล่า ข้าเฝ้าคอย
 
 
 
นานแสนนานที่ข้าเฝ้ารอ
 
แต่ไม่มีใครนึกถึงผู้ที่เฝ้าคอย
 
มีแต่จะจางหายไปกับอดีตที่แสนว่างเปล่า และไม่เคยเป็นที่จดจำ
 
 
ไม่มีใครรู้ว่าการรอคอยนั้นสิ้นสุดลงเมื่อไหร่
 
และรางวัลสำหรับการรอคอยนั้น ไม่แน่นอน
 
การรอคอยนั้นไร้จุดหมาย และสุดท้ายก้หายไป
 
 
 
ความหวังน้อยนิดที่คอยค้ำจุนเราอยู่
 
ไม่รู้ว่าจะหมดลงเมื่อใด
 
มีเพียงความเหงาที่คอยกัดกร่อนหัวใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
 
สิ้นหวัง และ...ทรมาน
 
แต่เราก้รอ
 
ถึงแม้รู้ว่าความหวังมีเพียงน้อยนิดก้ตาม
 
ถึงแม้รู้ว่ารางวัลนั้นไม่คุ้มกับการรอคอยเลยแม้แต่น้อย
 
ถึงแม้รู้ว่าจะไร้ความหมายในท้ายที่สุด
 
 
การรอคอยนั้นยาวนานและแสนทรมาน
 
...
 
 
 
 
ตัวข้านั้นไม่เคยสำคัญ
 
การรอคอยไม่เคยสิ้นสุด สิ่งนั้นข้ารู้ดี
 
ถึงแม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่หลงเหลือไว้
 
และแม้จะไม่เป็นที่จดจำ
 
แต่ข้าก้รอ
 
และเมื่อวันที่การรอคอยสิ้นสุดลง
 
ในวันที่ข้าจะหายไปและกลายเป็นความว่างเปล่าที่หลงเหลืออยู่
 
เมื่อนั้น การรอคอยคงจบลง
 
สักวัน
 
...
 
 
แสงไฟสีอ่อนไปรึเปล่า
 
ใยจึงส่องมาไม่ถึงตัวฉัน...
 
 
ค่ำคืนนี้เงียบเหงาเกินไปรึเปล่า
 
ฉันจึงได้ิยินความคิดของตัวเองดังขนาดนี้...
 
 
ลมหนาวพัดมาแล้ว
 
พัดมาเยือนจิตใจที่แห้งแล้งถึงเพียงนี้
 
โหมพัดกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน
 
แต่ลมหนาวเจ้าจะรู้ไหม หัวใจฉันเย็นชายิ่งกว่า
 
 
มีเพียงตัวฉันยืนเดียวดาย ในค่ำคืนที่เหงาและหนาว
 
ค่ำคืนนี้ทรมาน แต่ก้ไม่น้อยไปกว่าคืนเก่า ๆ ที่เคยผ่าน
 
มีเพียงเสียงกระซิบจากความเหงา ทำให้หัวใจยิ่งอ่อนแรง
 
ตัวฉัน หัวใจฉัน...กำลังพังทลาย
 
ค่ำืคืนนี้แสนยาวนาน
 
 
 
ยืนเหม่อมองฟ้า ในค่ำคืนที่มืดมิดไร้แสงจันทร์
 
หมู่ดาวมากมายกลืนไปกับสีดำที่แสนไกล
 
คืนนี้เหน็บหนาว ไม่เท่าหัวในที่เย็นชา...
 
 
 
คืนนี้เหน็บหนาว ไม่ใช่เพราะฤดู แต่เป็นเพราะใจฉัน
 
คืนนี้เงียบเหงา ไม่ใช่เพราะค่ำืคืน แต่เป็นเพราะตัวฉัน
 
 

แสงแดดในฤดูหนาว

posted on 02 Dec 2011 14:59 by ballad
ลมหนาวพัดมาแผ่ว ๆ แว่วเสียงกระซิบของสายลม
 
สายลมเอย จะพัดพาข้าไปที่ใด
 
 
แสงแดดอุ่น ๆ สาดส่องลงมาไม่อ่อนแรง
 
ประกายแห่งแสงส่องระยิบระยับ
 
 
ถึงแม้ตัวข้าไร้ผู้ใด แต่สายลมยังคอยช่วยปลอบใจ
 
ในวันที่ร้อนแรง และ เหน็บหนาว ไม่แพ้กัน
 
 
ฤดูหนาวนั้นแสนสั้น แต่กลิ่นอายนั้นตราตรึง
 
ตัวข้ายืนท่ามกลางประกายแสงแสบตา และห่อหุ่มด้วยความเย็นชา
 
ไม่มีที่ใด ไม่มีวันใด ไม่มี...แม้ผู้ใด
 
 
ฤดูหนาวเอย เจ้าจะรู้ไหม ข้ารอใครสักคนมานานแสนนาน
 
ขอเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่าฤดูเจ้าเท่านั้น ที่จะมีใครยืนเคียงข้าง
 
 
แสงแดดเอย เจ้าจะรู้บ้างไหม ถึงแม้ร่างกายข้อรุ่มร้อนเพียงใด
 
จิตใจข้า...มิใช่เลย
 
 
และแม้วันพรุ่งนี้ฤดูหนาวสิ้นสุดลง
 
แต่ความหนาวเหน็บในจิตใจ มีเคยเลือนลางลง
 
เป็นเช่นนั้นมา ...และจะเป็นตลอดไป
 

ฤดูกับใจคน

posted on 17 Jun 2011 11:21 by ballad
ฤดูฝน มาพร้อมความเศร้า
น่าแปลกที่ฤดูฝนทุกปี ผมจะต้องอยู่เดียวดาย
เสียคนรอบข้างกายไปจนหมด
มีแค่ฝนพรำปลอย ๆ  คอยปลอบใจและอยู่เป็นเพื่อนแทนความเหงา เท่านั้น
หรือฤดูฝน ..มาพร้อมคำสาป
หรือความรัก ...ถูกสายฝนชำระล้างไป
เพราะเหตุใด ...ใยผมต้องเดียวดาย อีกครั้ง ในฤดูที่อ้างว้างเช่นนี้
กว่าฤดูหนาวจะผ่านเข้ามา ยังอีกแสนนาน
มีคนเคยบอกไว้ว่า....
ฤดูฝน คือ ฤดูอกหัก
ฤดูหนาว คือ ฤดูเหงา
ฤดูร้อน คือ ฤดูแห่งความรัก
ความรักผันแปรตามฤดูกาลจริงหรือ
แต่ผมก้จำได้ว่าฤดูรักของผมเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ฤดูร้อน ของปีที่แล้ว
และมาจบลงในฤดูฝน ปีนี้
เป็นเรื่องน่าเศร้าแต่ก็เป็นเรื่องจริง
ที่ยากจะทำใจให้ยอมรับ
ผมไม่ได้วิงวอนอะไรต่อเทพเจ้า
ไม่ได้ร้องขอสิ่งใดให้สมปราถนา
เพียงแค่ภาวนาให้ตัวเองเข้มแข็งกว่านี้ กว่าที่เป็นอยู่
สุดท้ายแล้ว ฤดูยังคงแปรเปลี่ยนไป
เช่นเดียวกับใจคน ที่คงไม่มีวันหยุดนิ่ง
ยังโหยหา ยังต้องการ ยังเปลี่ยนแปลง ไปเร็วเสียยิ่งกว่าฤดูใด ๆ
ถึงแม้วันนี้จะอ่อนแอสักเท่าไหร่
แต่สักวัน เมื่อวันนั้นมาถึง พร้อมกับฟ้าที่สดใส
วันนั้น ผมคงจะทำใจได้ และยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าวันนั้นจะแสนยาวนานเพียงใด หรือแสนไกลแค่ไหน
วันนั้นจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
แล้วยิ้ม....ให้กับตัวเอง

ชีวิตคืออะไร ?

posted on 20 Feb 2011 22:10 by ballad
ชีวิตคืออะไร ?
อะไรคือชีวิต ?
มีสิ่งสำคัญไหนบ้าง ที่ชีวิตต้องการ
เราิเกิด เราตาย แล้วทุกอย่างก็จบ
แต่ระหว่างนั้นล่ะ ?
ระหว่างชีวิต เราทำอะไร
ระหว่างที่มีชีวิต เราเคยทำอะไร
เป็นประโยชน์ไหม ไร้ประโยชน์รึเปล่า
สำคัญไหม มีใครสนใจรึเปล่า
มีคนแคร์ไหม มีใครใส่ใจรึเปล่า
แล้วเราล่ะ ใส่ใจรึเปล่า ...?
จดจำใครได้บ้างไหม
คนที่่แคร์ คนที่สำคัญ คนที่พบ คนที่ผ่าน
ผู้คนเหล่านั้น มีใครจดจำได้อีกรึเปล่า
คนที่ยิ่งใหญ่ คนที่เสียสละ คนที่สำคัญ
คนเหล่านั้นถูกจดจำ
แล้วเราล่ะ ...?
เคยทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่บ้างรึเปล่า สิ่งที่สำคัญ เป็นประโยชน์
คำตอบคือ ...ไม่
มันไม่ยิ่งใหญ่ มันไม่สำคัญ มันไม่เป็นประโยชน์
เลยไม่มีใครจดจำ
เพราะไม่ได้ทำ หรือไม่ได้โอกาส ?
ชีวิต คืออะไร ?
คนหนึ่งเกิดมายากจน อีกคนเกิดมาร่ำรวย
คนนึงล้มเหลว หนึ่งคนสำเร็จ
คนหนึ่งทำมากกลับได้น้อย คนที่ทำน้อยกลับได้มาก
คนนึงบ้านหลังเล็ก อีกคนบ้านหลังใหญ่
อีกคนโง่ คนหนึ่งฉลาด
คนหนึ่งขี้เหร่ อีกคนหน้าตาดี
อีกคนสำคัญ แต่อีกคนไร้ประโยชน์
คนหนึ่งได้ใช้ชีวิต แต่อีกคนไม่
ชีวิตคืออะไร ?
เราใช้ชีวิตหาคำตอบ
คำตอบที่ไม่คุ้มค่า และเสียเวลาเปล่า
คนบางคนมีชีวิตยาวนาน แต่ไ่ม่เคยทำอะไรเลย
คนบางคนมีชีวิตแสนสั้น แต่ทำอะไรไว้มากมาย
คนที่มีโอกาส แต่ทิ้งขว้าง
คนที่จริงจัง กลับไม่เคยได้โอกาส
คนที่ดี อาจไม่ได้มีชีวิตที่ดี
แต่คนที่ไม่ดี กลับมีชีวิตที่ดีกว่ามากมาย
ไม่มีหลักประกันอะไรในชีวิต
ไม่มีคู่มือการใช้ชีวิตเล่มไหน
ทุกเช้าที่เราลืมตาตื่นขึ้นมา เรากำหนดเอง ทุกอย่าง
ถึงอย่างนั้น เราก็ทำอะไรได้ไม่มาก เรากำหนดได้แค่ชีวิตตัวเอง
ตื่นขึ้นมาใช้ชีวิต แล้วสุดท้ายก็พักผ่อน แต่ชีวิตไม่พักผ่อน
เรานอน ชีวิตก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ ไม่เคยหยุด
มีคนเคยบอก เกิดมาแค่ครั้งเดียวต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า
แต่อย่างนั้น เราจะใช้ได้คุ้มจริงเหรอ
เราเสียเวลาชีวิตไปกับระบบไร้สาระมากมาย
เงินทอง งาน ปัญหา การเดินทาง นอนหลับ
ทีวี อินเตอร์เน็ต หนังสือ รูปภาพ การเรียน
แลกกับสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ ความรู้
ความรู้สำคัญ เราใช้เพื่อนหลีกหนีความหวาดกลัว
แต่เราต้องแลกไปด้วยสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต ชีวิต...
เราเสียเวลาฝัน โดยที่ไม่เคยทำให้มันเป็นจริง
ทุก ๆ วัน เรากำลังเสียชีวิตไปทีละนิด ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
แค่ไม่เคยนึกถึง แต่สุดท้ายเมื่อเราย้อนนึกถึง เราก็ทำได้แค่เสียใจ
ชีวิตคืออะไร ?
เราค่อย ๆ เสียไป ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่รู้เลยว่าเราต้องทำยังไง ต้องใช้ยังไง
จนกว่าความตายจะมาเยือน เรายังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป
แล้ว... ชีวิตคืออะไร ?

น้ำหนักของความรู้สึก

posted on 29 Nov 2010 18:00 by ballad

.....เราห้ามฟ้าฝนไม่ได้ เช่นเดียวกันกับที่เราห้ามใจคนไม่ได้

ความรู้สึกของเรานั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะควบคุมได้เลย

หากแม้ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ยิ่งฝืนมากเท่าไหร่ กลับเหมือนยิ่งกระตุ้นให้เราเป็นหนักขึ้น ทุกครั้งไป

 

     ความรักก็เป็นตัวแปลสำคัญของความรู้สึก สิ่งที่ล้ำลึกเสียใจมองไม่เห็นขอบเหวด้านล่าง

ถ้าหากสะดือทะเลลึกมากเท่าไหร่ ยังน้อยกว่าใจคนหลายเท่านัก ผมว่า...

 

น้ำหนักของความรู้สึกนั้น ต่างกันไปตามผู้คนที่เราพบเจอ

     บางทีกลับเบาบางกว่าขนนก บางครั้งยังหนักแน่นกว่าภูเขา

     ความรู้สึกของคนเราช่างโลเล ไร้น้ำหนักเสียจริง...

 

     สิ่งนั้นทำให้เราตีค่าความรู้สึกออกเป็น ความรัก ความชอบ ที่เรามีต่อคน ๆ นั้น

อาจจะเป็นเพราะหน้าตา นิสัย หรือการกระทำของเขาก็เป็นได้

แต่สำหรับบางคน คนที่ความรู้สึกของเราปฏิเสธ น้ำหนักของคน ๆ นั้นคงเบาบางมาก

ถึงแม้ว่าสิ่งที่เราได้รับจะมากมาย แต่เราจะตีค่าสิ่งเหล่านั้นด้วยน้ำหนักที่น้อยนิด

 

     ผิดกับคนบางคน ที่แม้บางทีเขาอาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย...

แต่น้ำหนักของแต่ละคำพูด หรือหนึ่งการกระทำ กลับสั่นไหวใจเราได้ทั้งใจ

หนักแน่น เหลือเกิน ความรู้สึกนี้...

 

เทียบกันไม่ได้ เพราะน้ำหนักของความรู้สึกนี้มันต่างกัน...

    

     หากเราไม่มีใจ น้ำหนักของความรู้สึกนั้นจะเบาบางอยู่เหมือนเดิม

ต่างกับคนที่เรามีใจให้ ทุกครั้งที่นึกถึง ความรู้สึกนั้นยิ่งย้ำว่าเรารักมากเพียงใด วิ่งวนอยู่ในหัว ๆ

และการกระทำของเขาช่างมีความหมายเหลือเกิน แม้เรื่องเล็กน้อยก็ทำให้เรายิ้มได้ทั้งวัน

เป็นความรู้สึกที่หนักแน่นเหลือเกิน...