จันทราสีเงิน

posted on 10 Jun 2009 00:40 by ballad

ดั่งเช่นจันทราสีเงินที่สว่างอยู่บนฟากฟ้า

 ตัวข้าแหงนมองอยู่แสนนาน สองมือไขว่คว้า ปราถนาครอบครองเหนือสิ่งใด

แต่แล้วคราใด จันทรากลับหายไปท่ามกลางเมฆหมอก

ตัวข้าแหงนมองรอแสงแรกแห่งจันทรา

กลับกลายเป็นแสงแห่งอรุณที่ปรากฏยามรุ่งสาง

ข้าเผลอมองเสียจนเวลาผ่านเลยไป

สองมือที่เคยมีกำลังวันนี้กลับหมดเรี่ยวแรง

ผิวหนังเหี่ยวย่น สองตาพร่ามัวเสียจนไม่อาจมองเห็นจันทราได้อีก

แล้วข้าก็ล้มตัวลง ทอดกายกลางผืนหญ้า

จันทราเอ๋ย เจ้าช่างเป็นผู้หยิ่งยโส

ลมหนาวแห่งเหมันต์พัดผ่านไป เสียดสีผิวกายเสียจนเป็นรอย

แต่ข้าก็ยังมิอาจจับต้องจันทราได้แม้ซักครา

สองมือที่ไร้เรี่ยวแรงนี้สิ้นหวัง แต่สองตายังคงจับจ้องอยู่

จนถึงนาทีสุดท้าย ข้าภาวนาให้พรุ่งนี้ไม่มีรุ่งอรุณอีกต่อไป

 

จันทราสีเงิน ข้ายอมพลีกายภายใต้เเสงจันทร์

กระซิบจากสายลม เสียงเพรียกหาจากเทวทูต

จิตใจข้าจากไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงร่างกายที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้อีกต่อไป

 

"จันทราสีเงินยังคงส่องแสงต่อไป

เหล่ามวลหมู่พฤกษาร้องระบำตามทำนองสายลม

ร่างกายที่ไร้วิญญาณทอดกายอยู่ ณ ทีเดิม

แล้วข้าก็ได้แหงนมองจันทราสีเงินตลอดไป..."

 

 

ฉันไม่ใช่ตัวตลก

posted on 17 Mar 2009 23:12 by ballad

ที่เห็นฉันตลก ไม่ได้หมายความว่า ฉันเป็น ตัวตลก

ที่เห็นฉันเอาแต่หัวเราะ ไม่ได้หมายความว่า ฉัน ร้องไห้ ไม่เป็น

 ที่เห็นฉันเฉยชา ไม่ได้หมายความว่า ฉัน เย็นชา

 

เพียงแค่ฉันไม่เคยแสดงออก แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันไม่รู้สึก

 

แค่ความจริงเท่านั้น ที่ให้กันไม่ได้

แค่ความจริงเท่านั้น ที่ทำร้ายความศรัทธาที่ฉันมี

 

 

 

เมื่อก่อนเคยนึกเกลียดคนเห็นแก่ตัวเป็นที่สุด

แต่ปัจจุบัน เริ่มเกลียดคนโกหก เป็นที่สุดแล้ว

 

ความรัก ตั้งอยู่บน ความเชื่อใจ

ความเชื่อใจคือ การไว้ใจ

และถ้าเธอโกหกออกมาคำโต จะให้ฉันไว้ใจเธอได้อย่างไร

 

เมื่อปราศจากความไว้ใจ

ก็อยากที่จะสานต่อ ความรัก

 

เพียงแค่นี้ที่ขอ อย่าโกหกกันก็พอ

 

 

และที่เห็นว่าฉันใจดี  ไม่ได้หมายความว่า ฉัน โหดร้าย ไม่เป็น

 

 

 

 

 

อย่าใส่ใจเลยนะครับ ใครที่หลงเข้ามาอ่าน

 แค่อยากหาที่ระบายเท่านั้นเอง  เรื่องเล็กน้อย เดี๋ยวสักวันมันก็ดีขึ้นเอง  ฮะฮะ

โลกนี้คง

posted on 24 Feb 2009 15:44 by ballad

"ท่านเจ้าเมืองนั้น คือผู้ประพฤตเป็นปรปักต์

เหล่าเสนาคือผู้ชั่วช้าแสนสามานต์

โอบล้อมเราด้วยอ้อมกอดแห่งหรรษา

ผู้ไม่ประสงค์ดีต่อการใด ๆ เพรียกหา

สมบัติแห่งการมีอยู่นิรันดิ์"

 

 

เหล่าเด็กโฉดเสแสร้งอยู่ ณ มุมถนน

ที่แสนห่างไกลไร้ผุ้คน

ที่ ๆ เป็นห้วงแห่งการลาจาก

ผองเพื่อนต่างพากันล้มหายไปทีละคน

จนเหลือแต่เศษเถ้ากระดูกไว้ให้คนต่อไปดูต่างหน้า

 

"หากไร้ซึ่งพลังแล้วเจ้าจะลุกขึ้นเดินได้อย่างไรกัน

ความอ่อนแอจะคอยฉุดรั้งให้เจ้าจมปลักอยู่ในบ่อโคลนแห่งความโสมม

หากเจ้ามองเห็นแสงสว่าง เจ้าจะรู้ว่าควรทำเช่นไร"

 

สามัญชนเช่นข้า ไร้ซึ่งความฝัน

ได้แต่หลงทางเดินอยู่บนถนนที่ไร้จุดหมาย

หากทิ้งกายลงนอน

ฝ่ามือแนบแทบเท้าเหล่ากบฏ

ข้านั้น ไร้ซึ่งพลัง

เหล่าเทพยดา ต่างพากันหัวเราะร่า ท่ามกลางสายน้ำตาที่ไหลริน

ข้านั้น ไร้ซึ่งพลัง

มีเพียงตัวตนของสามัญชนด้วยกันเท่านั้นทีได้ยิน

ยากเปรียบเปรย

 

"ได้โปรดบัญชา หากตัวข้าเป็นเพียงสามัญชน

ท่านผู้มีอำนาจประสงค์สิ่งใด ตราบเท่าทีมือข้าคู่นี้สุดไขว่คว้า

จะทำตามบัญชาท่านชั่วชีวิต

 คงได้แต่เต้นอยู่บนลานกว้างบนตามท่วงทำนองเช่นนี้เรื่อยไป"

 

พวกข้าสายเลือดบริสุทธิ์

เป็นสิ่งที่พวกไพร่ทั้งหลายไม่อาจเอื้อมถึง

จงได้แต่เฝ้าเกลียดชังตัวเอง และเทิดทูนข้าให้เท่าชีวิตเจ้า

และกระนั้น

ตัวข้าจะใจดีเลี้ยงเจ้าไว้ดูเล่น

 

"หากพวกเจ้ารักตัวกลัวตาย

จงเกรงกลัวตัวข้าให้มาก ๆ

ทำตัวให้มีความรู้ รู้ว่าข้าชอบสิ่งใด ข้าเกลียดสิ่งใด

อย่าได้หวังรางวัล แต่จงหวังถึงการมีชีวิตรอดเสียเถิด"

 

 

"หากพวกท่านคิดถึงแต่ตัวเอง แล้วใครกันจะคิดถึงท่าน

จิตวิปริตทำให้ตัวท่านกลายเป็นสิ่งใด

ความตระบัดสัตย์ ที่เกิดขึ้น

ความจริงที่สูญหาย

ท่านแปลเปลี่ยนความดีให้กลายเป็นสิ่งที่อัปลักษณ์ที่เจนจัด

ใบหน้าเหล่านั้นไม่ทำให้กระดากบ้างเลยหรือไร

เหตุใดยังคงฉีกยิ้มเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้อยู่"

 

 

"หากเหล่าวีรชน ได้สูญสิ้นไปแล้ว

โลกนี้คง  "

 

"ข้าขอสรรเสริญความรัก ที่มอบความสุขให้แด่ตัวข้า

ข้าขอโอบอุ้มความรัก แม้หากต้องแบกรับเอาปัญหาไว้ด้วย

หากความรักที่ข้าเคยเกลียดชัง เปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ไปจนข้านั้นไร้ซึ่ง

ความเป็นตัวของตัวเอง

ทุกวันนี้ ตัวข้านั้นมิได้อยู่เพียงลำพัง แต่อยู่ด้วยความหวัง

ที่จะเป็นพลังให้แก่ใครอีกคน"

 

 

 

สำหรับใคร ๆ หลายคน วัน Valentine's Day

คงเป็นวันที่น่าระลึกนึกถึงเป็นแน่แท้

วันที่ดอกไม้จะเบ่งบานเต็มท้องถนน

เหล่าผู้คนต่างพากันมอบสิ่งดี ๆ แทนความในใจ

ต้องขอบคุณบาทหลวง Sain Valentine ที่ทำให้เราได้มีวันที่แสนดีแบบนี้

 

 

ในตอนนี้ ใคร ๆ ต่างก็ให้ความสำคัญกับ ความรัก กันอย่างมากมาย

จนบางครั้งออกหน้าออกตาจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ

 

ก็ความรัก มันช่าง....เกินคำบรรยาย

ต้องเรียกว่า เกินกว่าจะหาคำไหนมาบรรยายได้

เพราะถ้าให้พูดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเรียกว่า รัก

ก็คงพูดได้เป็นเดือน ๆ

 

ผมชอบ ความรัก

เพราะทำให้จิตใจสดใส

เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจ ไม่ให้เศร้าหมองได้ในเวลาที่ย่ำแย่

แต่ต้องเป็นเวลาที่มีความรัก นะ

 เพราะบางครั้งมันก็เจ็บปวด จนเกินคำบรรยายเช่นกัน

 

 

ความรัก ทำให้เราทุกคนเป็นคนธรรมดา

เปลี่ยนคนที่แข็งกร้าวให้กลายเป็นคนอ่อนโยน

เปลี่ยนคนขึ้อายให้เป็นคนกล้าหาญ

 

ทำให้เราทุกคนเสมอภาค

ไร้การแบ่งชั้นวรรนะ

เป็นเพียงคน ๆ หนึ่ง ที่เป็นที่รักของใครสักคนได้จริง ๆ

 

 

 วันแห่งความรัก คงเป็นวันที่มีความหมาย

สำหรับใครหลาย ๆ คน

ก็ขอให้ทุกคนมีความรักในวันแห่งความรัก และทุก ๆ วันที่มีอยู่เลยนะคับ

ความรักคงไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว

เราหาความรักได้จากทุก ๆ ที่ ทุก ๆ แห่งที่ก้าวเดินไปได้อย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

สุดท้ายขอพูดอะไรสักอย่างนะคับ

ความรักจะสำคัญก็ต่อเมื่อเรามองว่ามันสำคัญ

ไม่ได้มากมายไปกว่าสิ่งที่จิตใจเราคิด

ยิ่งเรายึดติดสิ่งที่เราสูญเสียก็ต้องมีมาก

เราทุกคนเป็นเพียงเศษเสี้ยงของจักวาล

อย่ามองอะไรสำคัญจนเกินไป แต่ก็อย่าละทิ้งบางอย่างจนนานเกินไป

 

 

 

 

 

เอนทรี่นี้ขอมอบเป็นเกียรติแก่วันวาเลนไทน์

ขอมอบแด่ความรักของทุก ๆ ผู้ที่มีความรักไม่ว่าจะเป็นแบบไหน

ขอมอบเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ท้อแท้ ขอให้อย่าท้อถอย

สุขสันต์ วันแห่งความรัก or Happy Valentine's Day

สิ่งใดกันที่เรายังขาดไป

สิ่งใดกันที่เหมือนกับเราหาไม่เจอ

ชีวิตเรายังขาดสิ่งใดอีกนะ

 

เพื่อน  งั้นหรือ เรามีเยอะแยะ เสียจนแบ่งเวลาแทบไม่ถูก

เงิน งั้นหรือ เราเองก็ใช่ว่าจะขัดสน ขนาดไม่มีใช้

เวลา เราก็ยังมีพอให้กับสิ่งต่าง ๆ อย่างเท่าเทียม

ครอบครัว เราก็ยังคงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

ชีวิตเรายังขาดสิ่งใดอีกนะ

 

เวลาไหนที่เดินออกไปที่ใด

ผู้คนที่เดินผ่านกันไป ยังคิดอยู่ว่าเขามีสิ่งใดกันที่เราไม่มี

 

 

"ความรัก" โจทย์สุดท้ายที่ใคร ๆ ต่างก็แก้กันไม่ตก

ยิ่งเราย่ำแย่มากเท่าใด

ก็ดูเหมือนเราโหยหา "ความรัก" โดยธรรมชาติ

 

แล้วทำไมต้องให้ความสำคัญมากนัก

มากมายเสียจน คนบางคน

ลืม แม้กระทั่ง เพื่อน ตนเอง

สิ่งต่าง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยสำคัญ

พอรับเอาสิ่งเล็ก ๆ อย่าง "ความรัก" เข้ามา

เรื่องสำคัญอื่น ๆ ก็ดูจะหายไปจากสายตาของผู้นั้นอยู่ร่ำไป

 

ในชีวิตเรามีที่ว่างมากพอให้กับทุกเรื่อง

บางครั้งยังคงว่างเกินไปเสียด้วยซ้ำ

แล้วทำไมเราต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

 

"ความรัก" ยังไม่จำเป็นสำหรับเราเท่าไหร่กันเลย

แต่เหมือนกับว่าใจเราโหยหาอยู่ตลอด

ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น

ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนก็ใช้ชีวิตแบบเดียวกัน

แต่ตอนนี้เหมือนกับว่า เราขาดอะไรบางอย่างไป

 

เวลาเห็นคนโน้น คนนี้ เดินผ่านไป

มันยิ่งชวนให้รู้สึกว้าเหว่ขึ้นในใจอยู่ลึก ๆ

 

 

ว่าโว้ย  ทำไมเราถึงขาดสิ่งที่มันไม่มีได้นะ

 

บางครั้งยังนึกสงสัย

posted on 13 Dec 2008 23:17 by ballad

 

 

 

"บางครั้งยังสงสัย  เรามีตัวตนอยู่บนโลกนี้หรือป่าว 

หรือตัวตนเรามันเบาบางจนเกินไป ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่อาจมองเห็นได้"

 

 

เคยมั้ย 

เวลาที่ตัวตนของเราถูกมองข้ามไป  จนบางครั้งเสียความมั่นใจ

มันเหมือนกับว่า เราไม่มีตัวตนเลย

เวลาที่ผู้คนมองมา แต่เหมือนกันว่าจะมองทะลุผ่านเราไปซะเฉย ๆ

มีใครแคร์บ้างนะ  เรื่องที่ว่าเรายังคงอยู่ตรงนี้

 

 

จนถึงแม้กระทั่งวันนี้ 

 ทุกอย่าง ๆ มันยิ่งเด่นชัดขึ้น

จนเหมือนกันว่า ตัวตนเราจะหายไปท่ามกลางความวุ่นวายของกาลเวลา

 

สายตาที่มองมาที่เราไม่ได้มองมาที่เรา แต่กลับมองผ่านเราไป

 

จะเป็นดั่งเช่นกระจก ก็มิอาจเป็นได้ เพราะไม่อาจสะท้อนอารมณ์ผู้เฝ้ามองได้เลย

จะเป็นดั่งเช่นอากาศ ก็มิอาจเป็นได้ เพราะไม่สามารถอยู่รอบ ๆ ตัวใครได้เลย

จะเป็นดั่งเช่นอดีต ก็มีอาจเป็นได้ เพราะไม่อาจอยู่ในห้วงความทรงจำของผู้ใดได้เลย

เป็นเช่นไรดีหล่ะ

 

สิ่งใดกันที่ผู้คนทั้งหลายอยากให้เราเป็น

ต้องแสดงออกเช่นใดกันนะ

 

พยายามทำตัวให้แตกต่างเผื่อจะมีใครตะขัดตะขวงใจ

 แต่ก็เป็นเพียงแค่ชั่วไฟไหม้ฟาง

ผู้คนสนใจอย่างรวดเร็ว แล้วก็หลงลืมอย่างรวดเร็ว

 

วิวัฒนาการอยู่ท่ามกลางการพัฒนาที่สุดขีด

ไม่อาจวิ่งตามความทันสมัยที่วิ่งวนจนเร็วเสียกว่าเวลา

 

จะเป็นดั่งเช่นสิ่งใดดีหล่ะ

มีใครบ้าง นึกสงสัย

 

"บางครั้งยังสงสัย  เรามีตัวตนอยู่บนโลกนี้หรือป่าว 

หรือตัวตนเรามันเบาบางจนเกินไป ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่อาจมองเห็นได้"

ปราสาททราย

posted on 16 Oct 2008 11:56 by ballad

การพังทลาย

สิ่งต่าง ๆ ที่สร้างมาล้วนพังทลายลงไปจนหมด

 

 

เหลือเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำหลงเหลืออยู่

เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไหลรวมไปกับกระแสแห่งเวลา

แล้วเราจะไขว่คว้าสิ่งใดไว้ได้

ไม่มีเลย

ทุกอย่างจะต้องพังทลายลงเข้าสักวัน

 

 

ยิ่งความสำเร็จมีมากเท่าไหร่ การพังทลายก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

เวลาที่ ผู้ยิ่งใหญ่ หัวเข่าติดดิน

สองมือแนบติดกับพื้น เวลานั้นแหละ การพังทลายจะมีค่ามากที่สุด

 

 

 

สิ่งที่สวยงามเพียงใด แต่วันใดสิ่งนั้นก็พังทลายเข้าสักวัน

เคยสิ่งก่อสร้างใดคงรูปได้ตลอดหรือ

ไม่มี

เคยมีความงดงามใด คงอยู่นับร้อยปี

ไม่มี

เว้นแต่เพียงในความทรงจำ ซึ่งน้อยคนนักที่จะจำ ความงดงาม นั้นได้

 

 

การพังทลาย

กระเเสแห่งสังคม

กำลังพังทลายลง

สังคมของ ผู้อยู่ ณ ที่สูงสุด เปลี่ยนเป็นอะไรไป

ความเห็นแก่ตัว มีมากขึ้น จน

น้ำใจ แทบจะละลายหายไปหมด

ความละโมภ มีมากขึ้น จน

ความพอเพียง แทบจะเป็นเพียง ทัศนคติ

สักวัน สังคมที่เราจะยิ้มได้อย่างภาคภูมิ

คงจะ พังทลาย ลงซักวัน

 

 

การพังทลาย

จิตใจที่เคยเข้มแข็ง พังทลาย ลง

หัวใจ คนเรากลายเป็นเครื่องจักร ที่คิดได้แต่เรื่องง่าย ๆ

เรื่องของตัวเอง ง่ายที่สุด

เรื่องของคนอื่น อยู่นอกเหนือ คำสั่งของสมอง

เรากลายเป็นทาส ของ สังคมยุคใหม่

 

 

 

การพังทลาย

เราคงหยุดสิ่งใดไม่ได้

คงต้องยอมรับ

เพราะสิ่งที่เราทำ เป็นเหตุให้ ทุกสิ่งทุกอย่าง

พังทลาย

 

 

 

 

ปราสาททราย

การก่อร่างแบบง่าย ๆ

แต่พังทลายลงอย่างงดงาม

 

 

 

 

 

 

เวลาที่ สมหวัง

posted on 04 Sep 2008 22:12 by ballad

รัก...รัก..รัก..รัก..รัก

รัก..รัก..รัก..รัก 

 

 

เราเฝ้ามองดูความรักจนเบื่อหน่าย

ความรักมากมายหลายรูปแบบ

 

อาจต่างกันไปตามเวลา

แต่

คำตอบอยู่ที่ผลลัพธ์

วิธีการอาจต่างกันแต่คำตอบก็มีได้แค่เพียงอย่างเดียว

ใครสมหวัง

สรรเสริญ ความรัก

ใครผิดหวัง

สาบแช่ง ความรัก

ไม่มากก็น้อย ทุกคนย่อมเคยลิ้มรส ความผิดหวัง

 

 

 

อาจเป็นรสที่น่าชัง แต่เราก็กล้ำกลืนด้วยน้ำตา

อาจเป็นเวลาที่ขมขื่น แต่เราก็ฝืนด้วยหัวใจ

 อาจผิดหวังและเสียใจ

แต่ก็ทำให้เรารู้จัก ความรัก มากขึ้น

อาจเป็นสิ่งที่คุ้มค่า สำหรับ ความผิดหวัง

 

แม้จะไม่เป็นที่น่าพอใจ

แต่ต้องยอมรับว่า ความผิดหวัง

ก็ให้บทเรียนกับเรามากจริง ๆ

 

อย่างน้อยเพื่อทำใจให้พร้อมยินดี

กับ

เวลาที่ สมหวัง

 

 

 

 

นี่เรากำลังหลอกใครอยู่

หลอกตัวเอง หรือ หลอกผู้อื่น

เราไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่เราเป็นได้

 

ถึงแม้จะเพื่อใคร หรือเพื่ออะไร

ตัวตนของเราก็จะยังคงอยู่ภายใต้สิ่งที่เราเสแสร้ง

 

ยิ่งเราพยายามเปลี่ยนตัวเองมากเท่าไหร่

ก็จะยิ่งเจ็บช้ำมากขึ้นเท่านั้น

 

ไม่มีใครชื่นชมสิ่งที่เราทำ

มีแต่คนที่จะคอยซ้ำเติมเมื่อใดที่เราล้มลง

 

 

เราผู้เป็นเจ้าของตัวเราเองคงรู้ดีที่สุด

ว่าภายในใจนั้น เป็นเช่นไร

อย่าฟังคำเบือนของคนรอบข้าง

ไม่มีใครรู้ใจเราเท่าเรา

 

 

 

เราไม่สามารถเป็นผู้อื่นได้ ผู้อื่นก็เช่นกัน

 

 

 

 

ขอนอกเรื่องนิดหน่อยนะคับ

ความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคนอื่นหรอกนะคับ

ผมเขียนเพื่อย้ำตัวตนของผมเอง เพราะพักนี้รู้สึกไคว่เขวอย่างมาก

แต่ว่าทุกคนก็คงมีเวลาที่โลเล หรือ ลังเลใจอยู่บ้างแหละ

สำหรับการที่จะต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไปนั้น  เป็นเรื่องที่จริงจังอย่างมาก

ถ้าบนโลกนี้ มีคนอยู่เพียงน้อยนิด

 การกระทำของใครคนใดคนหนึ่งก็จะดูยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที

 

แต่โลกนี้มันช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก

เสียงของคน ๆ คนนึงไม่สามารถส่งไปถึงผู้คนทั้งโลกได้

เป็นเพียงเสียงกระซิบอันแผ่วเบา เมื่อ เทียบกับ เสียงของคนทั้งโลก

 

แต่หากเราลองฟังดูให้ดี ๆ ทุก ๆ หน ทุก ๆ แห่ง จะมีเรื่องราวซ่อนอยู่

เพียงแค่ว่าเราจะมองเห็นได้หรือไม่

 

สิ่งเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่

 

บนม้านั่งริมทางมากมาย จะมีเรื่องราวของคู่รักไม่รู้กี่พันคู่

บนถนนหนทาง จะมีเรื่องราวของนักเดินทางหลากหลายชนชาติ

บนป่าเขาลำเนาไพร มีเรื่องราวของนักผจญภัยเป็นร้อยพันชีวิต

บนผืนแผ่นดินที่เราเหยียบย่ำลงไป มีเรื่องราวของทุกคนปะปนอยู่

 

 

ลองเปิดใจสักนิด หันมองสิ่งที่อยู่รอบกายเรา

ลองเฝ้าดูผู้คนที่เดินผ่านไปมา จะเห็นว่า สิ่งนั้น ยิ่งใหญ่เพียงใด